keysearch
-
A
+
|
A
A
A
หน้าหลัก
(current)
เกี่ยวกับกระทรวง
ประวัติกระทรวง
วิสัยทัศน์/พันธกิจ
โครงสร้าง/อำนาจหน้าที่
คณะผู้บริหาร
ฝ่ายการเมือง
ฝ่ายข้าราชการประจำ
ทำเนียบผู้บริหารประจำกระทรวง
ตรากระทรวง พม.
ผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูง
กระทรวง (CIO)
คณะ CIO
วิสัยทัศน์ และนโยบาย
ผู้บริหารการเปลี่ยนแปลง
(CCO)
ติดต่อเรา
ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับรับและส่งหนังสือ
แผนงาน
กระทรวง พม.
สำนักงานปลัดกระทรวง พม.
ศูนย์ข้อมูลทางสังคม
สถานการณ์
ทางสังคม
ระบบรายงานสถานการณ์ทางสังคม (SOSYS)
รายงานสถานการณ์
ทางสังคมระดับจังหวัด/กลุ่มจังหวัด
กลุ่มจังหวัด
ในสสว. 1
กลุ่มจังหวัด
ในสสว. 2
กลุ่มจังหวัด
ในสสว. 3
กลุ่มจังหวัด
ในสสว. 4
กลุ่มจังหวัด
ในสสว. 5
กลุ่มจังหวัด
ในสสว. 6
กลุ่มจังหวัด
ในสสว. 7
กลุ่มจังหวัด
ในสสว. 8
กลุ่มจังหวัด
ในสสว. 9
กลุ่มจังหวัด
ในสสว. 10
กลุ่มจังหวัด
ในสสว. 11
รายงานสถานการณ์
ทางสังคมระดับประเทศ
ดัชนีความมั่นคงของมนุษย์ประเทศไทย
รายงานความมั่นคงของมนุษย์ประเทศไทย
มาตรฐานการปฏิบัติหน้าที่ของสำนักงานพัฒนาสังคมจังหวัด
คู่มือการประเมินตนเองฯ
แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนมาตรฐานฯ
ศูนย์ข้อมูลข่าวสารกระทรวง พม.
ห้องสมุดกระทรวง
(e-Library)
ผลการศึกษา/
งานวิจัย
ศูนย์ส่งเสริม
และประสาน
การพัฒนาสังคมสำหรับคนไทย
ในต่างประเทศ
(ศส.ตปท.)
สถิติด้านสังคม
องค์ความรู้ด้านสังคม
ฐานข้อมูลกฏหมาย
(current)
เอกสาร / บทความ
ห้องสมุดชีวิต พม.
สถิติ / สถานการณ์ทางสังคม
งานวิจัย
เอกสารเผยแพร่
บทความแนะนำ
ผลงานทางวิชาการ
รายงานการไปราชการ ณ ต่างประเทศ
เอกสารประกอบการประชุม / สัมมนา
e-Library
คลังความรู้
จากพี่สู่น้อง
สป.พม.
สารสนเทศ
ข้อมูล
กลุ่มเป้าหมาย
ด้านสังคม
ระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์
MSO LogBook
สถิติสายด่วน 1300
ระบบบัญชีข้อมูลภาครัฐกระทรวง พม.
แผนด้านดิจิทัลและความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์
ข้อมูลบริการ
ประกาศช่องทางอิเล็กทรอนิกส์
สำหรับติดต่อ
กระทรวง พม.
การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
รับเรื่องร้องเรียน
ติดตามผลเรื่องร้องเรียน
สิทธิประโยชน์ที่พึงได้รับ
ข้อมูลเชิงสถิติการให้บริการ
ถาม-ตอบ
e-Service
Download
แบบฟอร์ม
ต่างประเทศ
งานด้านต่างประเทศ พม.
ATCSW
ITA
พม.โปร่งใส
(current)
keysearchmobile
ข่าวภารกิจ
หน้าหลัก
ข่าวสาร
ข่าวภารกิจ
พม. แจง การเลิกสมาคมฌาปนกิจฯ ต้องผ่านการพิจารณาและการสั่งเลิกจากนายทะเบียนท้องที่
เนฐิดา พันธ์ชูเพชร /
18/02/2569 /
3696 /
พิมพ์หน้านี้
/
0
วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569
นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.)
เปิดเผยถึงกรณี การแชร์ในสื่อออนไลน์เกี่ยวกับการเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ที่ส่งผลกระทบต่อสมาชิกจำนวนมาก ว่า สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ เป็นการรวมกลุ่มกันของบุคคลหลายคน เพื่อสงเคราะห์ซึ่งกันและกันในการจัดการศพ หรือจัดการศพและสงเคราะห์ครอบครัวของสมาชิกฯ ที่ถึงแก่ความตาย โดยไม่ได้หากำไร หรือรายได้มาแบ่งปันกัน ซึ่งกล่าวให้เข้าใจง่ายๆ คือ เป็นกิจการที่ชาวบ้านช่วยทำบุญงานศพ เมื่อชาวบ้านด้วยกันที่ถึงแก่ความตาย ในลักษณะเพื่อนช่วยเพื่อน ซึ่งการจัดตั้งสมาคมฯ นั้น สามารถขอจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมฯ ได้ที่เทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนตำบล และ สำนักงานเขตของกรุงเทพมหานคร โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้มีการถ่ายโอนภารกิจนี้ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดังกล่าว เป็นผู้ควบคุมและกำกับดูแล รวมทั้งการพิจารณารับจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมฯ และการเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ เป็นอำนาจของนายทะเบียนท้องที่นั้นๆ โดยต้องทำคำสั่งเลิกปิดประกาศไว้ที่สมาคมฯ และส่งคำสั่งเลิกนั้นให้นายทะเบียนกลาง ซึ่งเป็นอธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อให้นายทะเบียนกลางออกประกาศการเลิกสมาคมฯ ตามคำสั่งของนายทะเบียนท้องที่ก่อนส่งเรื่องไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีในการลงประกาศราชกิจจานุเบกษา และเมื่อประกาศแล้วจะส่งประกาศราชกิจจาฯ นั้น กลับคืนไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น เพื่อประกาศให้ประชาชนทราบว่าสมาคมฯ มีการยกเลิกแล้ว และดำเนินการชำระบัญชีตามที่กฎหมายกำหนดต่อไป ดังนั้น นายทะเบียนกลาง จึงไม่มีอำนาจในการเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์
นายกันตพงศ์
กล่าวว่า สำหรับเหตุในการเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ซึ่งเป็นอำนาจของนายทะเบียนท้องที่นั้นๆ พระราชบัญญัติการฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2545 กำหนดไว้ 3 กรณี ได้แก่ 1) ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้เลิก 2) นายทะเบียนท้องที่สั่งให้เลิกตามมาตรา 52 ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีที่มีพฤติการณ์ที่ทำให้เห็นว่าการดำเนินกิจการของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์นั้นเป็นไปโดยทุจริต และนายทะเบียนท้องที่ได้สอบสวนพฤติกรรมดังกล่าวแล้ว มีเหตุผลเป็นที่เชื่อถือได้ หรือมีพฤติการณ์ที่ทำให้เห็นว่าการดำเนินกิจการของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ไม่อาจดำเนินต่อไปได้ ไม่ว่าโดยเพราะเหตุใดๆ และ 3) ศาลสั่งให้เลิกตามมาตรา 54 ทั้งนี้ หากนายทะเบียนท้องที่เพิกเฉยหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 52 เมื่อผู้มีส่วนได้เสียร้องขอศาลอาจสั่งให้เลิกสมาคมชำระสงเคราะห์นั้นได้
นายกันตพงศ์
กล่าวเพิ่มว่า เมื่อสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ต้องเลิก ไม่ว่าด้วยเหตุใดๆ ให้มีการชำระบัญชีสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์นั้น และให้คณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์มีหน้าที่จัดการรักษาทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ไว้จนกว่าผู้ชำระบัญชีจะเรียกให้ส่งมอบ อีกทั้งเมื่อชำระบัญชีแล้ว ถ้ามีทรัพย์สินเหลืออยู่จะแบ่งให้แก่สมาชิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ไม่ได้ ทรัพย์สินนั้นจะต้องโอนไปให้แก่สมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์อื่น หรือนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการกุศลสาธารณะตามที่ได้ระบุไว้ในข้อบังคับของสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์หรือตามมติของที่ประชุมใหญ่ ในกรณีที่ไม่ได้ระบุไว้ในข้อบังคับหรือที่ประชุมไม่ได้มีมติไว้ ให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็นของแผ่นดิน ทั้งนี้ ในกรณีของเงินสงเคราะห์ล่วงหน้า สมาชิกอาจมีสิทธิได้รับคืนเท่าที่สมาชิกผู้นั้น ยังไม่ตกอยู่ในความผูกพันที่จะต้องจ่ายเงินสงเคราะห์ตามที่จ่ายล่วงหน้าไว้ให้แล้ว แต่หากสมาคมนำไปจ่ายเป็นเงินสงเคราะห์ศพให้แก่ผู้รับเงินของสมาชิกที่ตายหมดแล้ว สมาชิกจะขอคืนหรือเรียกคืนไม่ได้
#พมใกล้คุณ
หมวดอื่นๆที่น่าสนใจ
info_enewsemail
สมัครรับข่าวสาร
สมัครรับข่าวสาร
×
สถิติผู้เข้าชมวันนี้:
0
ครั้ง
| สถิติผู้เข้าชมเมื่อวานนี้:
0
ครั้ง
| สถิติผู้เข้าชมเดือนนี้:
0
ครั้ง
| สถิติผู้เข้าชมปีนี้:
0
ครั้ง
| สถิติผู้เข้าชมทั้งหมด:
0
ครั้ง