|   Thai English English 1300thailandcallcenter
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี - PMOC ไทยคู่ฟ้า Anti-Fake News Center Thailand Youtube สอบถามข้อมูล / ข้อเสนอแนะ

ข่าวภารกิจ

พม. จับมือ JICA พัฒนาบุคลากร 4 ประเทศอาเซียน ผนึกกำลัง ต้านภัยค้ามนุษย์ลุ่มแม่น้ำโขง

เนฐิดา พันธ์ชูเพชร / 09/02/2569 / 2841 / พิมพ์หน้านี้ / 0

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการฝึกอบรบให้แก่ประเทศที่สาม (Third Country Training Programme : TCTP) หลักสูตร Enhancing the Capacity of Transnational Collaboration for Protection of Victims of Trafficking in Persons in the Greater Mekong โดยมี ผู้แทนองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) , ผู้แทนกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ , ผู้เข้าร่วมโครงการฝึกอบรมฯ จาก 4 ประเทศ ได้แก่ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และราชอาณาจักรไทย รวมถึง ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ โรงแรม เดอะ ทวินทาวเวอร์ กรุงเทพมหานคร 

นายกันตพงศ์ กล่าวว่า วันนี้ ตนมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดโครงการฝึกอบรมฯ ให้กับผู้ปฏิบัติงานด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์จาก 4 ประเทศ ภายใต้ความร่วมมือกับกรมความร่วมมือระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศของไทย และองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA) ซึ่งโครงการฝึกอบรมครั้งนี้ มิใช่เพียงกิจกรรมแลกเปลี่ยนความรู้ตามปกติ หากแต่เป็นการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ของรัฐบาลไทยและรัฐบาลญี่ปุ่น ในการเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากร ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่สุดในการปกป้องศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และเสริมสร้างความมั่นคงของมนุษย์ในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงทั้ง 4 ประเทศ ซึ่งเป็นประเทศสมาชิกอาเซียน และเป็นประเทศสมาชิกกระบวนการ COMMIT โดยที่ผ่านมาได้ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ 

นายกันตพงศ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม การค้ามนุษย์เป็นอาชญากรรมข้ามชาติที่มีความร้ายแรง ความซับซ้อน และการปรับเปลี่ยนรูปแบบอยู่ตลอดเวลา ซึ่งในปัจจุบัน กลุ่มผู้ค้ามนุษย์และองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและโลกดิจิทัล เพื่อหลอกลวงผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก อาทิ การประกาศรับสมัครงานที่เป็นเท็จผ่านเว็ปไซต์และสื่อออนไลน์ต่างๆ ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ ถูกบังคับใช้แรงงานหรือบริการ หรือถูกบังคับให้กระทำความผิดทางอาญาในศูนย์หลอกลวง หรือศูนย์สแกมเมอร์ โดยมีประเทศไทยเป็นทางผ่านหรือพื้นที่ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการดังกล่าว รวมถึงแนวโน้มอาชญากรรมค้ามนุษย์ที่อาศัยเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือ ทำให้การป้องกันและแก้ไขปัญหามีความท้าทายมากยิ่งขึ้น 

ทั้งนี้ ในช่วงสองปีที่ผ่านมา ประเทศไทยได้ให้ความช่วยเหลือผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ที่ถูกบังคับให้กระทำความผิด หรือที่เรียกว่า Forced Criminality มากกว่า 40 สัญชาติทั่วโลก ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ปัญหานี้ไม่อาจแก้ไขได้ด้วยการดำเนินงานของประเทศใดประเทศหนึ่งเพียงลำพัง แม้ว่าประเทศไทยจะมีบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับทั้งสามประเทศ และมีการดำเนินงานงานร่วมกันในรูปแบบทวิภาคี ผ่านการปรึกษาหารือ การกำหนดแผนปฏิบัติการร่วม การแลกเปลี่ยนข้อมูล และการติดตามช่วยเหลือผู้เสียหายผ่านการประชุมการจัดการรายกรณี แต่ความร่วมมือดังกล่าว ยังจำเป็นต้องได้รับการยกระดับ เพื่อให้สามารถตอบสนองรูปแบบการค้ามนุษย์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและซับซ้อนยิ่งขึ้น
  
นายกันตพงศ์ กล่าวว่า ประเทศไทยเห็นว่าความพยายามในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ของกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ควรได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบ ผ่านการเสริมสร้างศักยภาพของผู้ปฏิบัติงาน การแลกเปลี่ยนข้อมูล ความรู้ และประสบการณ์ในทุกมิติ ทั้งด้านการดำเนินคดี การป้องกัน และการคุ้มครองช่วยเหลือผู้เสียหาย รวมถึงการร่วมกันพัฒนากลไกการส่งต่อระหว่างประเทศที่มีประสิทธิภาพอย่างเป็นรูปธรรมและยึดผู้เสียหายเป็นศูนย์กลาง ซึ่งกระทรวง พม. ได้ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับหลักการว่า การคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ต้องไม่กลายเป็นการลงโทษซ้ำ และต้องไม่ละเมิดสิทธิหรือจำกัดเสรีภาพของผู้เสียหายโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะในกรณีของผู้ที่ถูกบังคับให้กระทำความผิด หลักการไม่ลงโทษผู้เสียหาย (Non-Punishment Principle) และการคุ้มครองตามแนวทางที่ยึดผู้เสียหายเป็นศูนย์กลาง (Victim-Centered Approach) จึงเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินงานด้านการคุ้มครองช่วยเหลือของประเทศไทย

นายกันตพงศ์ กล่าวว่า สำหรับการฝึกอบรมผู้ปฏิบัติงานด้านการค้ามนุษย์ระดับอนุภูมิภาคในครั้งนี้ นับว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง และถือเป็นรุ่นแรกของความร่วมมือดังกล่าว ซึ่งตนได้ตระหนักดีว่าการทำงานด้านการต่อต้านการค้ามนุษย์เป็นภารกิจที่ยากลำบาก ต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจ ประสบการณ์ ความมุ่งมั่น และความเสียสละ โดยผู้ปฏิบัติงานจำนวนมากต้องทำงานทั้งในและนอกประเทศ ติดตามพยานหลักฐาน ช่วยเหลือผู้เสียหาย  คุ้มครองและส่งผู้เสียหายกลับภูมิลำเนาอย่างปลอดภัย และหลายครั้งต้องเผชิญความเสี่ยงจากเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ 

นายกันตพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในโอกาสนี้ ตนขอแสดงความขอบคุณและชื่นชมผู้ปฏิบัติงานทุกท่าน ในนามของประชาชนทั้ง 4 ประเทศ รวมถึงประชาคมโลก ที่ได้ทุ่มเทแรงกาย แรงใจในการปกป้องศักดิ์ศรีและชีวิตของเพื่อนมนุษย์ อีกทั้ง ขอขอบคุณรัฐบาลญี่ปุ่น  องค์การความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (JICA)  และกระทรวงการต่างประเทศของไทย ที่ให้การสนับสนุนการจัดโครงการฝึกอบรมในครั้งนี้ ตนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะได้รับความรู้ เพิ่มพูนทักษะ และความเข้าใจเกี่ยวกับรูปแบบการค้ามนุษย์ที่เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านกฎหมาย กลไก และมาตรการภายในประเทศ และที่สำคัญ คือ การนำองค์ความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานจริง เพื่อขับเคลื่อนความร่วมมือข้ามพรมแดนในการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม 


#พมใกล้คุณ

พม. จับมือ JICA พัฒนาบ
พม. จับมือ JICA พัฒนาบ
พม. จับมือ JICA พัฒนาบ
พม. จับมือ JICA พัฒนาบ
พม. จับมือ JICA พัฒนาบ
พม. จับมือ JICA พัฒนาบ
พม. จับมือ JICA พัฒนาบ
พม. จับมือ JICA พัฒนาบ
พม. จับมือ JICA พัฒนาบ


หมวดอื่นๆที่น่าสนใจ

สถิติผู้เข้าชมวันนี้: 0 ครั้ง | สถิติผู้เข้าชมเมื่อวานนี้: 0 ครั้ง | สถิติผู้เข้าชมเดือนนี้: 0 ครั้ง | สถิติผู้เข้าชมปีนี้: 0 ครั้ง | สถิติผู้เข้าชมทั้งหมด: 0 ครั้ง

ipv6 ready Level Double-A conformance, W3C WAI Web Content Accessibility Guidelines 2.0 เครื่องหมายรับรองมาตรฐาน WCAG 2.0 (Level AA)