ปลัด พม. หนุนประเทศสมาชิก UN ร่วมพัฒนาสังคมเพื่อผู้สูงอายุ พร้อมชู "ข้อมูลเดียวเพื่อสิทธิของทุกคน" เครือข่ายไทย สร้างหลักประกัน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
เนฐิดา พันธ์ชูเพชร /
06/11/2568 /
1825 /
พิมพ์หน้านี้ /
0
เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติกาตาร์ (The Qatar National Convention Center: QNCC) กรุงโดฮา รัฐกาตาร์ นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) มอบหมายให้ นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย พร้อมด้วย นางจตุพร โรจนพานิช อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว คณะเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมการประชุมสุดยอดระดับโลกว่าด้วยการพัฒนาสังคม ครั้งที่ 2 (Second World Summit for Social Development) ซึ่งวันนี้ เป็นวันที่ 2 ของการประชุมฯ โดยคณะผู้แทนไทยมีการรับฟังการกล่าวถ้อยแถลงจากผู้แทนประเทศสมาชิกสหประชาชาชาติ (UN) เพื่อสานต่อการพัฒนาสังคมตามปฏิญญาโคเปนเฮเกนว่าด้วยการพัฒนาสังคม (Copenhagen Declaration on Social Development) ที่กำหนดไว้เมื่อ 30 ปีก่อน ในการประชุมสุดยอดระดับโลกว่าด้วยการพัฒนาสังคม ครั้งที่ 1 ณ กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เมื่อปี 2538
ในโอกาสนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมคู่ขนาน (Side event) เป็นการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง "แผนปฏิบัติการด้านผู้สูงอายุ: เครื่องมือเชิงนโยบายรูปแบบใหม่เพื่อขับเคลื่อนวาระการพัฒนาสังคมสำหรับประชากรสูงอายุ" (In-Person Solution
Session : Action Plans on Ageing : Emerging Policy Instruments to Advance the Social Development Agenda for Ageing Populations) โดยมี นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) กล่าวเปิดการประชุมฯ
นายกันตพงศ์ กล่าวว่า ตนในนามของรัฐบาลไทย ขอแสดงความยินดีและขอต้อนรับอย่างอบอุ่นต่อผู้แทนประเทศทุกท่าน และขอขอบคุณผู้จัดงานที่ได้อำนวยความร่วมมือระหว่างภาครัฐ หน่วยงานขององค์การสหประชาชาติ (UN) ภาคประชาสังคม และผู้ทรงคุณวุฒิจากนานาประเทศ เพื่อร่วมกันแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและแนวทางในการพัฒนานโยบายที่ตอบสนองต่อสังคมสูงวัยอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งประเทศไทยมองว่า "สังคมสูงวัย" เป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างคนต่างวัย ภาครัฐ ครอบครัว ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ร่วมแรงร่วมใจในการสนับสนุนและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ พร้อมทั้งสร้างพื้นที่ให้ประชาชนทุกช่วงวัยสามารถเรียนรู้ แลกเปลี่ยน และมีส่วนร่วมในสังคมอย่างเท่าเทียม โดยขับเคลื่อนโครงการสำคัญต่าง ๆ อาทิ การดูแลผู้สูงอายุโดยชุมชนเป็นฐาน , การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต และการพัฒนาที่อยู่อาศัยแบบหลายรุ่น ซึ่งล้วนเป็นแนวทางในการสร้างสังคมที่เกื้อกูลและเชื่อมโยงกันอย่างยั่งยืน
นายกันตพงศ์ กล่าวว่า กระทรวง พม. ได้ขับเคลื่อนโครงการสำคัญ คือ "One Data - All Rights" หรือ "ข้อมูลเดียวเพื่อสิทธิของทุกคน" เป็นการบูรณาการข้อมูลจากหน่วยงานภาครัฐ 29 หน่วยงาน เพื่อให้สามารถระบุความต้องการของประชาชนได้อย่างแม่นยำ เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ และสร้างหลักประกันว่าประชาชนทุกคนจะไม่ถูกทอดทิ้งไว้ข้างหลัง ในขณะเดียวกัน ความร่วมมือดังกล่าว ถือเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายที่มีประสิทธิผล ด้วยการบูรณาการทำงานระหว่างรัฐบาล ภาคประชาสังคม และองค์กรระหว่างประเทศ ในการช่วยให้การดำเนินนโยบายด้านผู้สูงอายุมีความเป็นรูปธรรม ครอบคลุม และสอดคล้องกับความต้องการของประชาชน
"ประเทศไทยยังคงยึดมั่นในการสร้างสังคมที่ผู้สูงอายุสามารถดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี มีสุขภาพดี มีส่วนร่วมในกิจกรรมของสังคม และมีบทบาทอย่างสร้างสรรค์ เพื่อประโยชน์ของผู้สูงอายุเอง รวมถึงครอบครัวและชุมชน ทั้งนี้ การใช้ข้อมูลด้วยความร่วมมือและการพัฒนาที่ขับเคลื่อนจากฐานชุมชน นั้น ประเทศไทยมีความมุ่งมั่นในการสร้างสังคมที่ประชาชนทุกวัยสามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขและยั่งยืน" นายกันตพงศ์ กล่าวตอนท้าย
#พมใกล้คุณ