เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติกาตาร์ (The Qatar National Convention Center: QNCC) กรุงโดฮา รัฐกาตาร์ นายอัครา พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) มอบหมายให้ นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย พร้อมด้วย นางจตุพร โรจนพานิช รองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รักษาราชการแทน อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว นายสมศักดิ์ อรรฆศิลป์ ผู้อำนวยการศูนย์อาเซียนเพื่อสูงวัยอย่างมีศักยภาพและนวัตกรรม คณะเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมการประชุมสุดยอดระดับโลกว่าด้วยการพัฒนาสังคม ครั้งที่ 2 (Second World Summit for Social Development) โดยมี His Highness Sheikh Tamim bin Hamad Al Thani เจ้าผู้ครองรัฐกาตาร์ ทรงกล่าวเปิดการประชุมฯ โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อสานต่อการพัฒนาสังคมตามปฏิญญาโคเปนเฮเกนว่าด้วยการพัฒนาสังคม (Copenhagen Declaration on Social Development) ที่กำหนดไว้เมื่อ 30 ปีก่อน ในการประชุมสุดยอดระดับโลกว่าด้วยการพัฒนาสังคม ครั้งที่ 1 ณ กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก เมื่อปี 2538
ในโอกาสนี้ กระทรวง พม. ได้เป็นเจ้าภาพจัดกิจกรรมคู่ขนาน (Side event) เป็นการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่องประชาชนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาอย่างครอบคลุมและยั่งยืน: ความท้าทายและโอกาสในการสร้างสังคมสำหรับทุกช่วงวัย - บทเรียนจากภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก "In-Person Solution Session People at the centre of inclusive and sustainable development: challenges and opportunities for building a society for all ages - experiences from Asia and the Pacific" โดยมี นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัด พม. กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมประชุมฯ และนางจตุพร โรจนพานิช รองปลัด พม. ร่วมอภิปราย
นายกันตพงศ์ กล่าวว่า การประชุมเชิงปฏิบัติการครั้งนี้ ซึ่งเป็นกิจกรรมคู่ขนาน (Side event) ในการประชุมสุดยอดระดับโลกว่าด้วยการพัฒนาสังคม ครั้งที่ 2 ตนในนามของรัฐบาลไทย และคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งเอเชียและแปซิฟิกแห่งสหประชาชาติ (UN ESCAP) ขอแสดงความขอบคุณต่อพันธมิตรของเรา ได้แก่ รัฐบาลอาเซอร์ไบจาน รัฐบาลอินโดนีเซีย ศูนย์อาเซียนเพื่อผู้สูงอายุอย่างมีศักยภาพและนวัตกรรม (ASEAN Centre for Active Ageing and Innovation : ACAI) และมูลนิธิ Tsao Foundation ตลอดจนผู้เข้าร่วมการประชุมทุกท่าน ที่ได้มาร่วมกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวทางการพัฒนาที่สำคัญในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรได้ส่งผลต่อวิถีชีวิต การทำงาน และการดูแลซึ่งกันและกัน สำหรับประเทศไทย นั้น การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้ตอกย้ำให้เราเห็นว่า "ประชาชน" ต้องเป็นหัวใจของการพัฒนา เพื่อสร้างความมั่นคง ศักดิ์ศรี และโอกาสที่เท่าเทียมสำหรับทุกคน