วันนี้ (9 ส.ค. 64) เวลา 19.00 น. ที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว ถนนกรุงเกษม กรุงเทพฯ นางพัชรี อาระยะกุล ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เปิดเผยว่า ด้วยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการบริหารภาวะวิกฤติโควิด-19 กระทรวง พม. เพื่อเป็นศูนย์กลางด้านข้อมูลและการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางทั้งเด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ คนเร่ร่อน ไร้บ้าน และผู้ด้อยโอกาส รวมทั้งผู้ป่วยติดเตียง ที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนและความยากลำบากจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พร้อมทั้งการสื่อสารสังคม การรายงาน และติดตามผลการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางจนสิ้นสุดกระบวนการ โดยทำงานเชื่อมโยงกับศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน พม. โทร. 1300 ตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้งได้มีการจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการบริหารภาวะวิกฤติโควิด- 19 ระดับจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อประสานการช่วยเหลือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่
นางพัชรี กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 28 ก.ค. 64 จนถึงวันที่ 8 ส.ค. 64 พบว่ากระทรวง พม. ได้ดำเนินการช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบางที่เป็นผู้ป่วยโควิด-19 และประสบปัญหาทางสังคมทั่วประเทศ รวมจำนวน 18,721 ราย แบ่งเป็นในพื้นที่ กทม. 2,729 ราย และส่วนภูมิภาค 16,043 ราย โดยแบ่งเป็น 1. เด็กและเยาวชน 3,872 ราย 2. คนพิการ 4,076 ราย 3. ผู้สูงอายุ 3,323 ราย 4. ผู้ป่วยติดเตียงและป่วยเรื้อรัง 335 ราย 5. คนเร่ร่อนและคนไร้ที่พึ่ง 456 ราย 6. สตรีตั้งครรภ์ 39 ราย และ 7. ผู้ประสบปัญหาทางสังคมอื่นๆ 6,662 ราย สำหรับการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางตามภารกิจ กระทรวง พม. มีการดำเนินการที่สำคัญ ดังนี้ 1. กระบวนการสังคมสงเคราะห์ ได้แก่ 1.1) การให้คำปรึกษา 5,724 ราย 1.2) ประสานส่งกลับภูมิลำเนา 122 ราย 1.3) ประสานส่งต่อ 1,661 ราย 1.4) การมอบเครื่องอุปโภคและบริโภค 74,859 ชุด และ 1.6) การช่วยเหลือเป็นเงิน 19,638,106 บาท และ 2. ประสานกระบวนการสาธารณสุข ได้แก่ 2.1) การตรวจเชื้อ 329 ราย 2.2) การรักษา 912 ราย 2.3) ฉีดวัคซีน 3,743 ราย และ 2.4) จัดหาที่พักชั่วคราวและศูนย์พักคอย 1,001 ราย
นางพัชรี กล่าวเพิ่มเติมว่า หากประชาชนกลุ่มเปราะบางที่กำลังประสบปัญหาทางสังคมและได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบของโรคโควิด-19 สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ที่ 1) ศูนย์ช่วยเหลือสังคม สายด่วน พม. โทร. 1300 2) สายด่วนคนพิการ โทร. 1479 3) สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดทั่วประเทศ และ 4) อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ในพื้นที่