วันนี้ (7 ก.ค. 64) เวลา 09.30 น. ณ ห้องประชุมชั้น 8 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว กรุงเทพฯ นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว. พม.) เป็นประธานเปิดการปาฐกถาพิเศษ เรื่อง มองภาพอนาคตสังคมไทยและทิศทางการขับเคลื่อนงานของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในอนาคต โดยมี ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นองค์ปาฐกถา ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกซ์โปรแกรม ZOOM ซึ่งมี นางพัชรี อาระยะกุล ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) คณะผู้บริหาร และหัวหน้าหน่วยงานสังกัดกระทรวง พม. ทั้งส่วนกลางและภูมิภาค ร่วมรับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
นายจุติ กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) นับเป็นวิกฤตระดับโลกที่เราจำเป็นต้องปรับตัวทั้งในการใช้ชีวิตและการดำเนินงานให้เป็นไปในรูปแบบ New Normal หรือ วิถีปกติใหม่ ส่งผลให้กระทรวง พม. ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานไปสู่รูปแบบ New Normal เช่นเดียวกัน โดยต้องผนึกกำลังจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนเพื่อร่วมกันวางอนาคต ด้วยการนำภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนและทุกระดับในสังคมเข้ามามีส่วนร่วมและขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาของประชาชนในระดับพื้นที่ เริ่มจากปัญหาที่มีความเร่งด่วน มุ่งเน้นการทำงานเชิงรุกในสถานการณ์โลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การทำงานบูรณาการระหว่างกัน ทั้งการบูรณาการข้ามหน่วยงาน และข้ามกระทรวง และมุ่งเน้นความยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางการพัฒนาประเทศ โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อให้ทุกคนมีภูมิต้านทานต่อความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วตลอดเวลาในยุคดิจิทัล ทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และสิ่งแวดล้อม และมุ่งการพัฒนาไปด้วยกัน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
นายจุติ กล่าวต่ออีกว่า วันนี้เป็นโอกาสที่ดี ได้รับเกียรติจาก ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นองค์ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง มองภาพอนาคตสังคมไทยและทิศทางการขับเคลื่อนงานของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในอนาคต ในประเด็นสำคัญที่น่าสนใจ ดังนี้ 1) VUCA World 2) โลกเปลี่ยน คนปรับ ความพอเพียงในโลกหลัง COVID-19 3) การปรับบทบาทของกระทรวง พม.ในอนาคต 4) การทำงานแบบใหม่กับเครือข่ายกลไกต่างๆ 5) รัฐสวัสดิการ ลดความเหลื่อมล้ำได้จริงหรือไม่ และ 6) การขยับชั้นทางสังคม ทั้งนี้ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ ได้ให้แนวทางการขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวง พม. ในสถานการณ์โลกปัจจุบัน ที่มีทั้ง Volatility หรือความผันผวน Uncertainty หรือความไม่แน่นอน Complexity หรือความซับซ้อน และ Ambiguity หรือความคลุมเครือ ภายใต้กรอบแนวคิดจากสังคมที่เป็น Me-Society ประกอบด้วย 1) Clean & Clear Society 2) Free & Fair Society และ 3) Care & Share Society ด้วยการ Engaged Citizen เพื่อนำสู่สังคมเป้าหมายที่เป็น We-Society ที่มี 3 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ Hope Happiness และ Harmony โดยขับเคลื่อนการดำเนินงานตาม We-Society Collaborative Platform เริ่มตั้งแต่ 1) Suffering 2) Surviving 3) Sufficense และ 4) Sustaince ที่มุ่งพัฒนาคนด้อยโอกาสให้เป็นคนได้โอกาสในที่สุด นับเป็นการพัฒนาคนและความมั่นคงของมนุษ์ โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง