วันนี้ (25 มิ.ย. 64) เวลา 10.00 นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เป็นประธานในพิธีเปิด โครงการพัฒนาหลักสูตร Butler เพื่อการประกอบอาชีพ ผ่านระบบ Online Zoom meeting โดยมีนางจินตนา จันทร์บำรุง อธิบดีกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กล่าวรายงานถึงโครงการนำร่องต้นแบบการพัฒนายกระดับหลักสูตรอาชีพใหม่ อาชีพ Butler
นายจุติ กล่าวว่า กระทรวง พม. โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) ได้จัดโครงการพัฒนาหลักสูตร Butler เพื่อการประกอบอาชีพ ซึ่งเป็นโครงการนำร่องต้นแบบการพัฒนายกระดับหลักสูตร อาชีพใหม่ อาชีพ Butler เป็นอาชีพที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยให้บริการลูกค้าระดับ VVIP ทั้งดูแล บริหารจัดการ และอำนวยความสะดวกในดำเนินชีวิตประจำวัน ปัจจุบัน พบว่า มีผู้ประกอบอาชีพนี้ ค่อนข้างน้อย และเป็นที่ต้องการของธุรกิจโรงแรม Resident ตลอดจนสถานพยาบาลระดับ Luxury ซึ่งโครงการนี้เปิดรับสมัครกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้ และคัดเลือกผู้เข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 16 คน เป็นเยาวชน นักศึกษาจบใหม่ ผู้ถูกเลิกจ้างงาน ผู้ว่างงานจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของจากโรคโควิด-19 โดยมี 7 คน อยู่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนใต้ นอกจากนี้ ยังมีผู้เข้าร่วมโครงการฯ อีก 5 คน เป็นเจ้าหน้าที่ของศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัว ภายใต้การถ่ายทอดทักษะความรู้ โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจากบียอนด์ เซอร์วิสเซส 2018 จำกัด ผ่านการอบรมออนไลน์ 36 ชั่วโมง เริ่มตั้งแต่วันจันทร์ที่ 28 มิถุนายน 2564 และมีการฝึกภาคปฏิบัติ 24 ชั่วโมง (3 วัน 2 คืน) ณ โรงแรมระดับห้าดาว จังหวัดภูเก็ต อีกทั้งจะมีการบันทึกวีดิโอเพื่อประเมินความก้าวหน้า การจัดทำประวัติของผู้อบรม เพื่อเพิ่มโอกาสและหาช่องทางการประกอบอาชีพที่มั่นคงในภาคธุรกิจบริการที่เกี่ยวข้องต่อไป
นายจุติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้ทุกคนที่เข้าร่วมโครงการฯ ตระหนักว่า พวกคุณเป็นรุ่นแรก และขอให้ตั้งใจเรียนให้มาก เพราะถ้าคุณเรียนเอง จะต้องเสียเงินค่าเรียนที่แพงมากต่อคน และใช้ความอดทนสูง เพราะต้องไปทำงานกับผู้บริหารที่ประสบความสำเร็จในชีวิต มีฐานะร่ำรวย และมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ซึ่งต้องการคนที่ทำงานด้วยความพึงพอใจสูง มีความรวดเร็ว และมีคุณภาพสูงในการปฏิบัติหน้าที่ อีกทั้งต้องยอมรับความกดดันที่จะเกิดขึ้นตลอดเวลา ถ้าเปรียบเทียบค่าตอบแทนในประเทศอังกฤษ คนที่ทำงานอาชีพ Butler จะได้เงินเริ่มต้น 80,000 ปอนด์ต่อปี และเพิ่มเป็น 100,000 ปอนด์ต่อปี ดังนั้น ขอให้ทุกคนเตรียมจิตใจให้พร้อมในการให้บริการเป็นลำดับแรก และต้องทำงานตรงต่อเวลา เพราะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการบริหารจัดการเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ และสิ่งสำคัญรองลงมาคือการรักษาคำพูดด้วยความรับผิดชอบที่สูงต่อหน้าที่ เมื่อได้รับมอบหมายมอบงานแล้ว ต้องทำให้สำเร็จ 100% เนื่องจากได้รับค่าตอบแทนที่สูงเป็นพิเศษ สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนมีความพร้อมในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ในทุกวัน สำหรับการดูแลผู้บริหาร รวมทั้งครอบครัว ในเรื่องต่างๆ อาทิ อาหารการกิน การแต่งกาย การประชุมธุรกิจ และการเดินทาง เป็นต้น นับเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ทุกคนจะต้องเจอ ซึ่งทุกอย่างในอาชีพ Butler เป็นเลขานุการบริหารที่ทำทุกมิติรวมกัน และขอให้ทุกคนมีความซื่อสัตย์สุจริตและมีสติในการทำงาน เพราะสามารถสร้างและทำลายโอกาสให้กับตนเองและคนไทยได้ นอกจากนี้ ขอให้ทุกคนเรียนรู้ภาษาอังกฤษเพิ่มเติม นอกเหนือจากที่รู้ภาษาอารบิกอยู่แล้ว เพราะต้องทำงานกับผู้บริหารต่างชาติ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้พวกคุณมีโลกใบใหม่ มีชีวิตใหม่ที่เจริญรุ่งเรือง มีอนาคตที่สดใส และในขณะเดียวกัน คุณจะเป็นตัวแทนในการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยต่อไป