วันที่ 15 พ.ค. 64 เวลา 13.00 น. นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) และ นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ณ ศูนย์พัฒนาศักยภาพและอาชีพคนพิการพระประแดง เพื่อมอบหน้ากากอนามัย จำนวน 10,000 ชิ้น จากมูลนิธิเพื่อการศึกษาและสังคม ให้กับจังหวัดสมุทรปราการ โดยมี นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ เป็นผู้รับมอบ เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับกลุ่มเปราะบางและประชาชนในพื้นที่สำหรับป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยมี นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นางพัชรี อาระยะกุล ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ นางสาวนริศา อดิเทพวรพันธุ์ ประจำสำนักเลขาธิการสำนักนายกรัฐมนตรี นายบุญยอด สุขถิ่นไทย คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และคณะผู้บริหารกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมลงพื้นที่ดังกล่าว
นายจุติ กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ ตนได้ประชุมหารือร่วมกับนางสาวสราญภัทร อนุมัติราชกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสมุทรปราการ ทีม One Home พม. จังหวัดสมุทรปราการ และประธานอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) จังหวัดสมุทรปราการ โดยได้ให้แนวทางสำคัญในการขับเคลื่อนงานพัฒนาคุณภาพชีวิตกลุ่มเปราะบางในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งจังหวัดสมุทรปราการเป็นพื้นที่สีแดงที่มียอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวนมาก ตนจึงมีความห่วงใยในความปลอดภัยของกลุ่มเปราะบางที่มีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 ทั้งนี้ จึงได้กำชับให้หน่วยงานสังกัดกระทรวง พม. และ อพม. ร่วมกันลงพื้นที่ให้ความรู้ ความเข้าใจถึงประโยชน์ของการฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กลุ่มบุคคลที่มีความต้องการพิเศษ เช่น คนพิการกลุ่มออทิสติก ผู้บกพร่องทางสติปัญญา การเรียนรู้ ดาวน์ซินโดรม และสมาธิสั้น รวมทั้งสมาชิกครอบครัวที่อาศัยในบ้านเดียวกัน เพื่อให้ทุกคนลงทะเบียนออนไลน์ฉีดวัคซีนโควิด-19 ภายในวันที่ 20 พฤษภาคม 2564 ซึ่งจะเริ่มมีการฉีดวัคซีนตั้งแต่วันที่ 28 พฤษภาคม 2564 เป็นต้นไป ณ สถาบันราชานุกูล เขตดินแดง กรุงเทพฯ
นายจุติ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับเรื่องการส่งเสริมอาชีพที่มั่นคงให้กับกลุ่มเปราะบางที่เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 ตนได้กำชับให้หน่วยงานสังกัดกระทรวง พม. และ อพม. ร่วมกันสำรวจแม่เลี้ยงเดี่ยวในพื้นที่ เพื่อสนับสนุนให้เข้ารับการอบรมวิชาชีพที่มั่นคงในอนาคต หลังวิกฤติโควิด-19 ซึ่งเป็นอาชีพที่คอมพิวเตอร์ไม่สามารถทำได้ เช่น อาชีพเสริมสวย ตัดผม แต่งหน้า แต่งเล็บ นวดหน้า และนวดตัว เป็นต้น รวมทั้งตัดเย็บเสื้อผ้า นอกจากนี้ จะสนับสนุนให้แม่เลี้ยงเดี่ยวได้เข้ารับการอบรมในหลักสูตรการดูแลผู้สูงอายุและคนพิการ ระยะเวลา 6 เดือน ของโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท ซึ่งได้ทำความร่วมมือกับกระทรวง พม. ด้วยการให้ทุนการศึกษาตลอดหลักสูตร เมื่อสำเร็จการอบรมแล้ว โรงพยาบาลกล้วยน้ำไทจะรับเข้าทำงานทันที